รีวิวพู่กันเทพสุดล้ำ Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush

in Brush by hackhq on 14 Mar 2014

บล็อกตอนนี้เป็นบล็อกภาค 2 ภาคต่อจากตอนก่อนนู้นนนน : รีวิวพู่กันเทพ! Escoda Reserva Kolinsky-Tajmyr Sable Series 1214 Retractable Travel Brush ใครยังไม่ได้อ่านขอเชิญอ่านภาคแรกก่อนนะครับเดี๋ยวจะไม่เข้าใจเนื้อเรื่อง…ว่าทำไมมันถึงได้ออกทะเลถึงเพียงนี้…


“เจ้าหนุ่มนั่นทำกับข้าไว้ได้เจ็บแสบยิ่งนัก โลกมันเปลี่ยนไปแล้วหรือไงกันนะ ไอเราอุตส่าห์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายช่วยเหลือมันไว้จากฝูงหมาป่านับสิบทั้งที่เจ้าหมอนั้นก็บาดเจ็บเจียนตาย แถมยังแบกมันกลับมาพักรักษาตัวที่กระท่อมของข้าอีก แต่มันกลับเนรคุณ!! บังอาจหนีไปตามสมาคมพิทักษ์สัตว์มาไล่จับข้าเสียได้! คิดแล้วมันน่าเจ็บใจยิ่งนัก!” พรานแก่บ่นพึมพำกับตัวเองขณะที่กำลังวิ่งฝ่าป่ารกทึบเพื่อหนีการไล่ล่าของเจ้าหน้าที่สมาคมพิทักษ์สัตว์

“ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น! ไอเราก็นั่งกินเนื้อเหี้ยแดดเดียวกับสเต็กหมาย่างอยู่ในกระท่อมของเราแท้ๆ ไอพวกเจ้าหน้าที่ก็มาเคาะประตูบ้านกันใหญ่ พอเราออกไปช้าหน่อยเพราะมัวแต่หาผ้ามาปิดไข่ ก็ดันหาว่าเราชักช้าเพราะเดินไปหยิบอาวุธ ไอคนตัวสูงๆ นั่นยิ่งแล้วใหญ่ จูงหมาน้ำลายยืดหยดลงบนพื้นกระท่อมของเราอีก ถึงไอหมาตัวนั้นมันจะน่ากินก็จริงแต่ถ้าน้ำลายยืดแบบนี้ก็ไม่ไหวแฮะ คงต้องปาดคอให้เลือดไหลหมดตัวจนตายก่อนแล้วค่อยจัดการกับน้ำลายที่เหนียวเหนอะนั่นอีกที…” พรานแก่วิ่งไปเลียปากไปด้วยความเสียดาย

“อยากจะตั้นหน้าไอโย่งนั่นสักหมัดเหมือนกันแฮะ มาตะโกนใส่หน้าข้าว่าเลวอย่างนั้นเลวอย่างนี้ เป็นภัยคุกคามต่อตัวเหี้ยและผองเพื่อน สงสัยพวกมันจะบ้ากันไปหมดแล้ว! เหี้ยมันเกิดมาเพื่อเป็นอาหารของมนุษย์อยู่แล้วโว้ย!! ไอเหี้ยมันน่าจะดีใจเสียด้วยซ้ำนะที่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเหี้ยแดดเดียวเนี่ยะ!! …ยิ่งนึกก็ยิ่งเสียดาย …ตากเหี้ยไว้หลังบ้านแต่ก็ลืมหยิบติดมือมาด้วย บ้าจริง! เสียดาย! บ้าจริง!”

“โน่นไง! มันอยู่โน่น! ไอตัวกินเหี้ยวิ่งไปทางแม่น้ำแล้ว! เจ้าโง่เอ้ย! แม่น้ำสายนั้นไหลไปสู่น้ำตกเว้ย! แกหนีไม่รอดแล้วไอตัวกินเหี้ย!!” เจ้าหน้าที่คู่หูตัวเล็กแต่ปากร้ายวิ่งไล่ตามพร้อมด้วยรอยยิ้มเยาะบนใบหน้า

“ไงล่ะไอแก่กาก! แกเสร็จพวกชั้นล่ะ ข้างหน้าเป็นน้ำตกสูงกว่าตึก 50 ชั้น แกไม่มีทางหนีรอดไปได้แน่ๆ ฮ่า ฮ่า!” เจ้าหน้าที่ปากร้ายตะโกนมาแต่ไกล

“จัดการมันแอร์ร่อน! พุ่งเข้าไปงับเจ้าพรานนั่นเลย! อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้นะ” เจ้าหน้าที่ตัวโย่งออกคำสั่งเด็ดขาดกับเจ้าสุนัขลาบราดอร์สีดำที่วิ่งน้ำลายยืดยาวกว่าสามเมตร

“ข้าเรย์มอนด์ ฮั้น เป็นพรานมาก็หลายสิบปี ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ เสียสละอะไรต่อมิอะไรมากมายในชีวิตเพื่ออุทิศกับการสร้างพู่กันที่ดีเลิศที่สุดในโลก ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วจะไม่สามารถทำได้สำเร็จตามฝันก็ตาม แต่ก็ถือว่าได้ทำอย่างเต็มความสามารถ จะตายก็ไม่เสียดายชีวิต ข้าไม่มีวันยอมตกอยู่ใต้การจองจำของสมาคมพิทักษ์สัตว์หรอก! ข้าขอตายเสียดีกว่า!” พรานแก่ตะโกนลั่นพร้อมกับยืนหยุดนิ่งกลางสายน้ำที่ไหลเชี่ยว

“เทพยดาแห่งผืนฟ้าและปฐพี หากชาติหน้ามีจริงฉันท์ใด ขอให้ข้าได้เกิดมาเป็นช่างทำพู่กันอีกคราเถิด!” เสียงตะโดนดังเสียจนป่าทั้งป่าเงียบเสียงลง

พรานแก่หลับตาด้วยใจที่พร้อมสละสิ้น ผมสีขาวแซมเทาพัดปลิวไปด้วยแรงลมจากน้ำตกที่พัดหวนขึ้นมา มือซ้ายของเขากำสร้อยคอที่มีรูปของหญิงสาวอันเป็นที่รักไว้แน่น ส่วนมือขวาเกาะกุมพู่กันขนหมาป่าผลงานชิ้นสุดท้ายของตัวเองไว้ไม่ห่างมือ เมื่อสามารถทำใจละได้แล้วทุกสิ่ง พรานแก่ก็ลืมตาขึ้นพร้อมด้วยรอยยิ้มที่มุ่งมั่น กลับหันหลังโดยพลันแล้วกระโดดทะยานลงสู่น้ำตกขนาดมหึมาเบื้องล่าง…ไม่มีแม้แต่เสียงร้องแห่งความกลัว ร่างของพรานผู้กรำโลกมาอย่างหนักหน่วงถูกกระแสน้ำตกที่ไหลเชี่ยวพัดกลืนหายไปในสายน้ำ พรานผู้แก่ชราสิ้นใจในกระแสน้ำ …ไม่เหลือร่างไว้ให้เห็นแม้แต่ปลายเส้นผมสักเส้นเดียว…

“บ้าไปแล้ว! มันต้องบ้าแน่ๆ! ไอพรานโง่นั้นมันเลือกที่จะตายแทนที่จะต้องถูกจับเข้าคุกของพวกเรา! ทำไมมันถึงได้โง่ขนาดนี้วะ?!! นี่มันไม่รู้จริงๆ เหรอวะข้อหาเป็นภัยคุกคามต่อตัวเหี้ยนั้นแค่ถูกจำคุกไม่เกิน 7 วัน ปรับไม่เกิน 1,000 บาทเท่านั้นเอง!” เจ้าหน้าที่ปากร้ายตะโกนพูดด้วยไม่เชื่อสายตาตัวเอง

“เอาน่า ยังไงๆ มันก็ตายไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ถือว่าหมดหน้าที่ของพวกเราแล้วล่ะ กลับสมาคมไปให้อาหารเหี้ยกันต่อดีกว่า แอร์ร่อน! ได้เวลากลับบ้านแล้ว!” เจ้าหน้าที่ทั้งสองเดินหันหลังกลับไปเหลือไว้แค่เพียงความตายของพรานแก่และเสียงน้ำตกอันน่าโศกเศร้าเท่านั้น…

..
.

“…ทำไมข้าถึงไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด? ทำไมข้าถึงรู้สึกถึงความสุขที่แสนเปี่ยมล้น? ทำไมข้ารู้สึกได้ถึงพลังแห่งวัยหนุ่ม? ทำไม? ทำไม…ข้าถึงยังไม่ตาย?!!”

พรานแก่…ไม่ใช่สิ เราอาจจะต้องเรียกขานชายคนนี้ใหม่เสียแล้ว ชายคนนี้ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นนายพรานผู้แก่ชรา ผมสีขาวปนเทายุ่งเหยิงและใบหน้าที่อิดโรย เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลแห่งการต่อสู้กับสัตว์ป่า ร่องรอยแห่งกาลเวลาทั้งหมดนี้ได้หายไปอย่างหมดสิ้น พรานหนุ่มสะดุ้งตื่นขึ้นจากความตาย มองไปรอบๆ ตัวเพื่อหวังว่ามันจะเป็นทิวทัศน์ของนรกอเวจีแต่กลับไม่ใช่ รอบตัวเขาเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวชอุ่มที่มีทุ่งดอกไม้หลากสีเบ่งบานทั่วทั้งทุ่ง เขารู้แน่ว่านี่ยังคงเป็นโลกมนุษย์ ไม่ใช่ทั้งสวรรค์หรือนรกเพราะเขายังรู้สึกได้ถึงลมหายใจของตัวเอง เขายันตัวเองลุกขึ้นเดินไปที่ลำธารข้างๆ เพื่อล้างหน้าล้างตาและเศษผงฝุ่นออกจากเนื้อตัว แต่เงาที่สะท้อนอยู่บนผืนน้ำนั้นกลับทำให้เขาตกใจอย่างเป็นที่สุด

“มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวข้า?! ทำไมร่างกายข้าถึงเปลี่ยนไป?! เส้นผมของข้า ใบหน้า ร่างกาย …ทำไมข้าถึงกลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง?!”

พรานแก่ที่ตอนนี้เปลี่ยนแปลงกลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง ใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์สดใสเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งวัยหนุ่ม เส้นผมที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสีขาวกลับมาเป็นสีแดงเพลิงและยาวสลวยอีกครั้ง บาดแผลตามร่างกายที่เกิดจากการต่อสู้หายไปอย่างหมดสิ้นแปรเปลี่ยนเป็นมัดกล้ามที่แข็งแรงและทรงพลัง เสื้อผ้าชุดเก่าที่ขโมยจากชาวบ้านเปลี่ยนเป็นชุดนายพรานเต็มขั้นถอดแบบมาจากอินเดียน่า โจนส์ พรานหนุ่มตกใจรีบคว้าสร้อยคอที่มีรูปหญิงอันเป็นที่รักมาพิจารณา มีเพียงสร้อยเส้นนี้แหละที่ยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนไป หากแต่ว่าพู่กันขนหมาคู่ใจได้หายไปแล้วกับกระแสน้ำ

“มันเกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่นะ?” พรานหนุ่มครุ่นคิดอยู่ในใจ

ทันใดนั้นเองก็มีแสงเรืองรองสองเส้นพวยพุ่งออกมาจากทั้งท้องฟ้าเบื้องบนและจากใต้พื้นดิน แสงทั้งสองปะทะและหลอมรวมกันก่อให้เกิดแสงสว่างจ้าไปทั่วทั้งท้องทุ่ง พรานหนุ่มยกมือขึ้นป้องตาเพื่อจะพยายามมองให้เห็นว่าแสงที่ตนเห็นนั้นมันคืออะไรกันแน่

“เจ้าคงจะแปลกใจในเรื่องที่ว่าเหตุใดเจ้าถึงยังคงมีชีวิตอยู่และกระแสน้ำตกไม่ได้คร่ามันไปจากกายเนื้อของเจ้า และเจ้าคงสงสัยสินะว่าเหตุใดเจ้าถึงได้กลับเป็นหนุ่มอีกครั้ง” เสียงผู้หญิงที่ฟังดูแล้วอบอุ่น นุ่มนวล แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจถูกเปล่งออกมาจากแสงสว่างเบื้องหน้าของพรานหนุ่ม

“ท…ท่านเป็นใครครับ เหตุใดท่านถึงสามารถหยั่งรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของข้าได้? ท่านคือผู้ที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ใช่หรือไม่ครับ? ท่านคือผู้ที่มอบความเยาว์วัยให้ข้าอีกครั้งใช่หรือไม่ครับ?” พรานหนุ่มถามคำถามมากมายกับแสงสว่างนั่น

“ใช่แล้ว…จะให้ถูกต้องคือข้าชุบชีวิตเจ้าต่างหากล่ะ” แสงตอบ

“ถ…ถ้าเช่นนั้นท่านคือพระเจ้า?”

“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ใช่พระเจ้าผู้สูงส่งองค์นั้นหรอก แต่ข้าคือเทพเจ้าแห่งพู่กันต่างหากล่ะ” เทพเจ้าแห่งพู่กันตอบคำถามอย่างอ่อนโยน

“เทพเจ้าแห่งพู่กัน! ข้านึกว่าท่านเป็นแค่เพียงนิทานปรัมปราที่แต่งขึ้นเพื่อกล่อมเด็กน้อยยามเข้านอนเสียอีกแต่นี่ท่านมีตัวตนจริงๆ! ข้าขอก้มกราบบูชา!” พรานหนุ่มก้มกราบแทบเท้า…แต่แสงนี่ไม่มีเท้านี่

“ถ้าเป็นเช่นนั้นเหตุใดท่านถึงช่วยข้าไว้ครับ?”

“ที่ข้าช่วยเจ้าก็เพราะข้าได้เห็นถึงความตั้งใจจริงที่จะเป็นช่างทำพู่กันอันดับหนึ่งของโลกยังไงล่ะ ข้าเฝ้ามองเจ้ามาตลอดตั้งแต่เกิดจนตาย เจ้าอุทิศชีวิตเพื่อผลิตพู่กันคุณภาพสูง…ถึงแม้ว่าการกระทำบางอย่างของเจ้าอาจจะรับไม่ค่อยได้เช่นลักขโมยข้าวของและอาหารของชาวบ้าน แต่ข้าก็เข้าใจว่ามันเป็นเหตุจำเป็นเพื่อประทังชีวิต ข้ามองเห็นทุกสิ่ง…นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ข้าช่วยเหลือเจ้า”

“ข้าไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่าความพยายามตลอดทั้งชีวิตของข้า …สุดท้ายก็จะมีคนได้รับรู้ในที่สุด” พรานหนุ่มทรุดลงกับพื้น น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง

“แน่นอนว่านอกจากชีวิตใหม่ของเจ้าเพื่อให้เจ้าได้ทำตามความฝันต่อไป ได้ผลิตพู่กันอันดับหนึ่งของโลกให้ได้แล้ว ข้ายังมีของขวัญชิ้นเล็กๆ มอบให้แก่เจ้าอีกอย่างหนึ่งด้วย” เทพเจ้าแห่งพู่กันกล่าวพร้อมวาดแสงเป็นวงโค้งบนท้องฟ้า

“ท่านทำท่า F4 ทำไมครับ?” พรานหนุ่มถาม

“ข้าเป็นเพื่อนเล่นของเจ้าหรือไง?” ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงในฉับพลัน

..

“เมื่อกี้ข้าได้เสกของขวัญชิ้นนึงให้เจ้าต่างหากล่ะ ลองเปิดกระเป๋าเสื้อบนหน้าอกด้านซ้ายออกดูสิ เจ้าจะต้องชอบแน่ๆ …นั่นมันด้านขวาต่างหาก! ไม่รู้จักด้านซ้ายเหรอ? มือด้านที่เจ้าใช้ล้างก้นยังไงล่ะ” เทพแห่งพู่กันพูดด้วยความเหนื่อยใจ

“สงสัยท่านคงให้แต่ร่างกายแต่ไม่ได้ให้สมองมาด้วยเป็นแน่ครับ …ว่าแต่ น…นี่มัน!!” พรานหนุ่มหยิบของขวัญสิ่งนั้นออกมาจากกระเป๋าเสื้อและอุทานด้วยความประหลาดใจอย่างสุดขีด

“ใช่แล้ว! นี่ก็คือพู่กันเทพสุดล้ำ Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush นั่นเองงงงงงงงง”


แกจบไม่ลงใช่มั้ยไอปอนด์บ้า!!!

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพักหลังๆ ผู้อ่านถึงได้ลดน้อยลง! นั่นก็เป็นเพราะแกมัวแต่แต่งนิยายบ้าบออะไรก็ไม่รู้ไม่ยอมเข้าเรื่องสักทีไงฟระ ไอตอนแรกก็นึกว่าแกจะเขียนนิยายเด็กดีแค่ขำๆ ไม่ยาวมากพอให้อ่านได้เพลินๆ ก่อนนอน แต่ที่ไหนได้กลายเป็นจบไม่ลง! ยาวแบบนี้ทำไมไม่ไปเสนอสำนักพิมพ์ทำรวมเล่มไปเลยล่ะฟระ!! (สำนักพิมพ์ไหนเค้าจะเอาไปพิมพ์วะ บ้าบอเสียขนาดนี้ -..-)

Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush-1
Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush

Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush คือพู่กันเทพสุดล้ำที่จะนำมาให้ชมกันในวันนี้ครับ หลังจากที่อ่านนิยายบ้าบอยืดยาวน้ำท่วมทุ่งไปเสียนาน ในที่สุดก็จะได้อ่านในส่วนที่เป็น “เนื้อ” กันเสียทีนะ… พู่กันนี้ผมจัดให้เป็นพู่กันแบบพกพาระดับเทพในคอลเลคชั่นของผมครับ จากที่คราวก่อนผมได้เคยรีวิวพู่กันเทพ Escoda Reserva กันไปแล้วครั้งนึง วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับพู่กันเทพอีกอันกันครับ

Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush-2

ที่ผมเรียกพู่กันอันนี้ว่าพู่กันเทพนั้นก็เนื่องมาจากว่าขนของพู่กันที่ใช้เป็นขนหางของตัว Siberian Kolinsky red sable ยังไงล่ะครับ ขนพู่กันนี้เป็นขนของ sable ตัวผู้ในฤดูหนาวที่อาศัยอยู่บริเวณแถบแม่น้ำ Tobol ฝั่งตะวันออกของ Siberia ครับ ถามว่าทำไมบริษัท Da Vinci เค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ขนเจ้า sable นี้เท่านั้น นั่นก็เป็นเพราะในเขตนี้ในช่วงฤดูหนาว ขนหางของเจ้า sable ตัวผู้จะยาวและแข็งแรงที่สุดด้วยเพราะอากาศที่หนาวจัด ครับ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดีเลิศเหมาะกับการทำมาใช้ทำเป็นขนพู่กันนั่นเอง

Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush-3
กล่องดูไร้ค่ามาก แต่ก็ยังดีกว่าของ Escoda ที่ไม่มีอะไรมาให้เลย -*-
Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush-4
ด้านหลังมีบอกวิธีใช้ซึ่งดูไม่รู้เรื่อง!! เลยขอซื้อมาลองเองเลยดีกว่า
Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush-5
ยี่ห้อ Da Vinci ที่มีชื่อเสียงเรื่องพู่กันมาแต่ช้านาน

พู่กันอันนี้ผมซื้อหามาจากเว็บขายอุปกรณศิลปะเจ้าประจำเจ้าเดิมนั่นแหละครับ jacksonsart.com โดยราคาค่าตัวจะอยู่ที่ 20.42 GBP หรือ 1,100 บาท และแน่นอนว่าเว็บไซต์แห่งนี้จะจัดส่งสินค้าให้ฟรีหากว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าในหมวดพู่กันและยอดรวมสั่งซื้อเกิน 20 GBP ครับ ถึงแม้จะส่งฟรีแต่ไม่นานเกินรอ (2 สัปดาห์) ผมก็ได้ยลโฉมพู่กันเทพสุดล้ำอันนี้ครับ

Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush-11
ขนพู่กันรักษาทรงได้ดี ปลายแหลม อุ้มสีได้เยอะ

Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush-6
เทียบขนาดกับ Escoda เบอร์ 12 เมื่อเก็บจะยาวกว่านิดนึงนะ
Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush-7
แต่พอเสียบปลอกพร้อมใช้งานก็ยาวได้มาตรฐาน ยาวกว่าลามี่อีกนะเนี่ย
Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush-8
เมื่อเก็บความยาวไม่ต่างจากลามี่เลย พกสะดวกมาก (อันนี้ถ่ายไว้แล้วเห็นว่าสวยดีเลยอัพให้เปลืองเน็ตกันเล่นๆ)
Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush-9
อีกรูปชี้ให้เห็นชัดว่ายาวกว่าลามี่ครับ

ผมเลือกพู่กันเบอร์ 6 ซึ่งเป็นขนาดที่ใหญ่ที่สุดของซีรีส์นี้มาครับ(เล็กจัง) โดยขนาดทั้งหมดที่มีในซีรีส์ก็มีด้วยกัน 4 ขนาดครับคือ 1, 2, 5 และ 6 โดยเบอร์ 6 อันที่อยู่ในมือผมนี้มีความยาวของขนพู่กันจากปลายจนถึงโคนอยู่ที่ 20 มิลลิเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางของขนพู่กันอยู่ที่ 3.6 มิลลิเมตรครับ ส่วนรายละเอียดและขนาดเชิงเทคนิคขอเชิญอ่านได้จากไฟล์นี้นะ ละเอียดเว่อร์!

Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush-12
ขนเบอร์ 6 ของ Da Vinci เทียบกับเบอร์ 12 ของ Escoda ...เหมือนมวยคนละรุ่นเลยแฮะ

ผมลองพิจารณาดูขนพู่กันแบบใกล้ๆ และลองสัมผัสเส้นขนดูก็พบว่าขนของพู่กัน Da Vinci Maestro Voyage นี้จะมีขนาดที่บางกว่าและอ่อนนุ่มกว่าขนของพู่กัน Escoda ครับ แต่การสปริงตัวก็ทำได้ในระดับที่ดีเยี่ยมไม่ต่างกัน รูปทรงของขนเมื่อล้างทำความสะอาดแล้วและตั้งตากลมรอให้แห้งก็ยังคงรูปทรงเป็นปลายแหลมไม่บานชี้ไปทุกทิศทาง เรื่องอุ้มสีอุ้มน้ำและการสปริงตัวของขนพู่กันก็ไม่ต้องพูดถึงครับต้องดีเยี่ยมสมเป็นขนของ red sable

sketch-2
เอาของเก่ามาหากินชุดที่ 1

และนี่เป็นผลงานที่ผมใช้พู่กัน Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush ระบายสีครับ และแน่นอนว่าผมใช้แค่เพียงพู่กันอันนี้อันเดียว ดังนั้นจึงจะเห็นว่าพื้นที่ที่ระบายสีลงไปนั้นไม่ว่าจะเป็นบริเวณที่เป็นซอกเล็กน้อยแค่ไหนก็สามารถระบายได้ดีเพราะว่าขนพู่กันคงรูปอยู่เสมอ หรือแม้ในส่วนที่เป็นพื้นที่กว้างก็สามารถระบายสีได้ด้วยการจุ่มสีเพียงครั้งเดียวก็สามารถระบายได้ทั่วและเรียบเนียนเพราะสามารถระบายได้อย่างต่อเนื่อง ผมตั้งข้อสังเกตไว้ว่าในเมื่อขนาดของพู่กันที่มีขนาดเล็กเพียงแค่เบอร์ 6 อาจจะทำให้ไม่สามารถอุ้มสีไว้ได้เยอะก็เป็นได้แต่ผมก็คิดผิดครับ ด้วยเพราะเป็นขนของตัว sable ทำให้อุ้มสีไว้ได้เยอะ ไม่ว่าผมจะทั้งระบายหรือสะบัดสีก็ล้วนแล้วแต่ให้ปริมาณสีที่เยอะอย่างน่าพอใจทีเดียว ไม่น้อยเกินไปเหมือนขนสังเคราะห์และไม่ชุ่มเกินไปด้วย

pala-1
เอาของเก่ามาหากินชุดที่ 2
pala-2
เอาของเก่ามาหากินชุดที่ 3 ...หิวโว้ย!

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงการสะบัดสีแล้ว ปัจจัยนึงที่เป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดขนาดของหยดสีนั่นก็คือปริมาณน้ำสีและอีกข้อนึงก็คือการสปริงตัวของขนพู่กันครับ หากว่าขนพู่กันเป็นขนที่แข็งไม่อ่อนนุ่ม เวลาที่เราทำการสะบัดสีก็จะทำให้ได้หยดสีที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับสัดส่วนขนาดขนของพู่กันครับ แต่ถ้าหากว่าขนพู่กันนั้นอ่อนนุ่มแต่มีการสปริงตัวที่ดี หยดสีที่สะบัดออกไปนั้นก็จะมีความหลากหลายของขนาดแลดูเป็นธรรมชาติสวยงาม (ผมพูดในแง่ของขนาดพู่กันขนาดเล็กเบอร์ 6 นะครับ ถ้าหากคุณใช้พู่กันเบอร์ใหญ่แต่เป็นขนสังเคราะห์ก็จะสามารถให้หยดสีขนาดใหญ่ได้เช่นกันนะ)

Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush-13
มีรูเล็กๆ เอาไว้ระบายความชื้นด้วยนะ แต่ทางที่ดีตากลมให้แห้งค่อยปิดปลอกดีกว่าครับ เดี๋ยวราขึ้น

ทีนี้มาถึงจุดที่ทำให้ผมขนานนามเจ้าพู่กันอันนี้ว่าเป็นพู่กันเทพสุดล้ำนั่นก็เป็นเพราะกลไกในการเก็บรักษาพู่กันครับ คราวก่อนเราก็ได้เห็นพู่กัน Escoda ไปแล้วว่าเมื่อเราต้องการจะพกพาพู่กันออกไปใช้นอกบ้านเราก็แค่ดึงปลอกออกมาสวมในส่วนขนพู่กันก็เป็นอันเสร็จสิ้น แต่คุณลองนึกภาพตามนะครับว่าหากขนพู่กันอยู่ในสภาวะที่แห้งและขนชี้ฟูเนื่องมาจากเราไม่ได้ทำการลูบแต่งขนพู่กันให้เป็นทรงก่อนเก็บ เวลาที่เราสวมปลอกพู่กันก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อขนได้ครับเพราะขนบานเกินขนาดปลอก โดนปลอกพู่กันกดทับจนขนพู่กันเสียไปเลยน่ากลัวมาก ร้ายแรงคือไม่สามารถทำให้รูปทรงกลับมามีสภาพเหมือนเดิมได้อีกเลย

Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush-10
ตรงส่วนมือจับนี่แหละครับปลอกชั้นใน ทั้งมีประโยชน์และเกะกะในเวลาเดียวกัน

Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush-14
เลื่อนปลอกชั้นในขึ้นมาจนสุดเพื่อปกป้องขนพู่กันอันล้ำค่า

แต่กับเจ้าพู่กันDa Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush อันนี้ในส่วนของตัวด้ามและปลอกมีกลไกเล็กที่ชาญฉลาดมากครับ จากที่เพียงแค่เอาปลอกพู่กันสวมเก็บในส่วนของขนลงไปตรงๆ ซึ่งเสี่ยงให้เกิดความเสียหายต่อขนพู่กันได้หากไม่ระวัง แต่กลไกที่ว่านี้จะเป็นปลอกอีกชั้นเลื่อนออกมาจากตัวด้ามพู่กันครับเพื่อปกป้องขนพู่กันเวลาที่สวมปลอก กลไกการทำงานของมันก็คือ เวลาที่เราจะเก็บพู่กัน เราก็เลื่อนเจ้าปลอกชั้นในหุ้มจากส่วนโคนของขนขึ้นมายังส่วนปลาย ทำให้ไม่เกิดการพับงอของขนแน่นอนครับเพราะมันจะลู่ไปในทิศทางเดียวกันกับขนพู่กัน ต่อจากนั้นเราก็เพียงแค่นำปลอกพู่กันมาสวมทับลงบนปลอกชั้นในแล้วก็เลื่อนปิดปลอกเป็นอันเสร็จเรียบร้อย หมดกังวลเรื่องขนพู่กันหักไปได้เลยครับ เท่เกินไปแล้วลูกพ่อ!! (ลองกดดูคลิปวิดีโอได้นะจะได้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น)

Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush-15
ตรงนี้หลวมมาก กลัวว่าใช้ๆ ไปปลอกร่วงลงท่อระบายน้ำจะหายไปเลย T_T

แต่จุดหนึ่งที่ผมมองว่ามันเป็นข้อเสียของเจ้าพู่กันนี้ก็คือความก๊องแก็งของตัวด้ามครับ นั่นเป็นเพราะมันมีส่วนประกอบที่เป็นกลไกเลื่อนเข้าเลื่อนออกได้ ทำให้เวลาที่เราสวมปลอกพู่กันเข้าที่ด้านท้ายเลยรู้สึกหลวมๆ ไม่แน่นไม่กระชับ ลองจับโยกๆ ดูก็ให้ความรู้สึกเหมือนจะหลุดตกพื้นทั้งที่จริงๆ ก็แน่นพอใช้นะครับไม่หล่นหรอกแต่มันทำให้รู้สึกไม่มั่นใจเท่านั้นเอง

Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush-16
นี่จับบนปลอกชั้นในนะ ไม่ถนัดเลยแหะ ...ว่าแต่ทำไมนิ้วแกเหี่ยวจังวะ?
Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush-17
เลยจำเป็นต้องเลื่อนมือขึ้นมาอีกนิดนึงจับสบายขึ้นแต่เล็งยาก

อีกเรื่องนึงก็คือในบริเวณของมือจับนั้นมันจับไม่ถนัดมือเลย ผมซึ่งเป็นคนที่จับพู่กันใกล้ส่วนของขนจะรู้สึกหงุดหงิดมากครับเพราะเจ้าพู่กันอันนี้มันดันมีปลอกชั้นในที่ยื่นออกมาเกะกะในส่วนของมือจับ ทำให้เราจำเป็นที่จะต้องจับพู่กันให้สูงขึ้นและแน่นอนว่าผมไม่ถนัดเลยครับ มันเล็งระบายในที่แคบยาก แต่สำหรับบางท่านที่ถนัดจับพู่กันสูงจากส่วนขนพู่กันอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหาครับ ระบายได้คล่องเหมือนเดิม

เป็นอย่างไรบ้างครับกับพู่กันเทพสุดล้ำที่ผมนำมาให้ชมกันในวันนี้ แน่นอนว่าเรื่องของคุณภาพนี้ไม่ต้องพูดถึง ขนพู่กัน sable ที่พิถีพิถันคัดเลือกมาเป็นอย่างดีและการผลิตที่มีความละเอียดในทุกขั้นตอน อีกทั้งการออกแบบพู่กันพกพาแนวใหม่ที่ตอบโจทย์ของปัญหาที่สำคัญยิ่งในเรื่องเก็บพู่กันอย่างไรไม่ให้ขนเสียได้อย่างชะงัด ขนาดเมื่อเก็บก็เล็กกระทัดรัดพกพาสะดวกแต่เมื่อจะใช้งานก็มีขนาดที่ยาวได้มาตรฐานของพู่กันในสตูดิโอ และถึงแม้ว่าจะมีข้อติในเรื่องกลไกทำให้ไม่มั่นใจเวลาจับถือไปบ้าง และส่วนมือจับที่อาจไม่ถนัดมือสำหรับใครหลายๆ คน แต่โดยรวมแล้วถือว่าเป็นพู่กันที่มีคุณภาพสูงในราคาที่ไม่แพงเลยทีเดียวครับ ใครที่กำลังมองหาพู่กันพกพาที่ใช้งานสะดวก เก็บรักษาง่ายแถมคุณภาพเป็นเลิศ ลองมองหาพู่กัน Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush อันนี้มาใช้ดูนะครับ รับรองว่าคุณจะต้องตกหลุมรักและพกพามันติดตัวไปในทุกๆ ที่เหมือนอย่างที่ผมทำแน่นอนครับ


“อ้อ! แต่ข้าเพิ่งนึกได้ว่าเจ้าดันทำความผิดร้ายแรงไว้ข้อนึงนี่นา ความผิดนั้นก็คือเจ้าบังอาจกินตัวเงินตัวทองซึ่งถือเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักของพระบิดาของข้า โทษนี้ร้ายแรงยิ่งนัก ดังนั้นข้าขอลงโทษเจ้าในข้อหาล่าสังหารและจับกินตัวเงินตัวทองสัตว์เลี้ยงแสนรัก!” เทพเจ้าแห่งพู่กันวาดแสงเป็นรูปกากบาทบนท้องฟ้า

“ไม่นะไม่!! ข้าผิดไปแล้วได้โปรดให้อภัยข้าาาา….อ๊าาากกก” พรานหนุ่มตะโกนร้องขอชีวิต

“บรึ้มมมมมมมมม!!!!!”

โปรดติดตามตอนต่อไป…

…ยังจะมีภาคต่ออีกเหรอฟระ?!!

Da Vinci Series 910 Maestro Voyage Retractable Brush-18
ชะตากรรมของนายจะเป็นอย่างไรต่อไป ไม่มีใครรู้จริงๆ (ผมเองก็ยังไม่ได้คิดไว้เหมือนกัน ง่วงแล้ว)
หากอ่านแล้วถูกใจชอบใจ ฝากกดแชร์ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ \( - 3-)/
โพสตอนนี้อยู่ในหมวด Brush และมี tag ดังนี้ , , , , , โพสเมื่อวันที่ .
hackhq

คนธรรมดาที่หลงใหลในการสเก็ตช์ ใช้ปากกาลามี่เป็นอาวุธ มีสมุด Moleskine เป็นผืนผ้าใบและมีจินตนาการในรูปของสีน้ำ หลงใหลรูป รส กลิ่น ของกาแฟ และเคลิบเคลิ้มกับเสียงของดนตรีแจ๊ส | ติดต่อผมบนทวิตเตอร์ได้ที่ @hackhq


เว็บไซต์ : https://www.bbblogr.com