โปสการ์ดจากเมืองฟาบริอาโน Fabriano Studio Watercolor Postcard Pad

in Notebook by hackhq on 05 Sep 2014

สวัสดี เธอผู้เคยเป็นที่รัก
ยังจำผมได้หรือเปล่า คนที่คุณเคยรักเมื่อนานมาแล้ว จากครั้งสุดท้ายที่เราได้ติดต่อกันผ่านทางจดหมายที่ผม “เขียนถึงคุณจากเมืองปิซา” แล้วก็มีอันตัองระหกระเหินหนีการตามล่าจากเหล่าพวกวายร้าย…เค้าก็ไม่ได้ร้ายหรอกนะ เค้าแค่มาทวงของๆ เค้าคืนก็เท่านั้นเอง ใช่แล้วคุณคงนึกออกแล้วล่ะสิ ผมเคยขอร้องเชิงอ้อนวอนและร้องไห้อย่างน่าเวทนาให้คุณช่วยโอนเงินมาให้สักหน่อยเพราะผมจะได้เอาไปใช้หนี้เค้า ผมเฝ้ารอหน้าตู้เอทีเอ็มก็แล้ว กดรีเฟรชหน้าเว็บ Paypal ก็แล้ว แต่ก็ไม่เห็นสัญญาของเงินช่วยเหลือแม้แต่น้อยเลย

…ผมจึงต้องหนีมาที่นี่

คุณคงจะมัวแต่ดูแลเด็กเล็กในเนอสเซอรี่อยู่สินะเลยไม่มีเวลาโอนเงินมาให้ แต่ไม่เป็นไรหรอกเพราะตอนนี้สถานการณ์ทางการเงินผมดีขึ้นมาก จากที่ติดหนี้มากๆๆ ก็ลดเหลือแค่ติดหนี้มากๆ เท่านั้นเอง เห็นมั้ยว่าดีขึ้นจริงๆ ไม้ยมกลดลงไปตั้ง 1 ตัวแหน่ะ

ที่ผมมีเงินทองพอใช้หนี้ได้นั้นเพราะตอนนี้ผมมาเริ่มธุรกิจใหม่ในเมืองเล็กๆ เมืองนึงของประเทศอิตาลี เมืองนี้มีชื่อว่าเมือง Fabriano ฟังชื่อแล้วคุ้นหูบ้างไหม? ถ้าจำไม่ได้ผมจะขอรำลึกความหลังให้ฟังอีกครั้ง เมื่อสมัยที่เรายังเป็นนักศึกษาและเป็นคู่รักที่ใครหลายคนต่างอิจฉากันอยู่นั้น ผมมักจะพาคุณเข้าร้านเครื่องเขียนอยู่บ่อยครั้งใช่มั้ย? ผมมักจะเดินไปที่ตู้กระดาษสำหรับวาดเขียนและก็จะขอให้พี่คนขายช่วยหยิบกระดาษสีน้ำยี่ห้อนึงขึ้นมาให้ชม ผมก็จะทำทีเป็นเล็งแล้วเล็งอีก บ้างก็แอบเอามือสัมผัส บ้างก็แอบสูดดมกลิ่น แต่ก็จะหาเรื่องบอกคนขายว่าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าติดธุระตัองไปที่อื่นต่อ จึงยังไม่ซื้อทั้งที่จริงแล้วอยากได้มากแต่ติดอยู่ที่เรื่องเล็กๆ เรื่องเดียว…ไม่มีตังค์

Fabriano : เว็บไซต์ ก็คือชื่อยี่ห้อผู้ผลิตกระดาษสีน้ำที่ผมใฝ่ฝันและคอยสูดดมแผ่นนั้นแหละ มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากเลยนะที่จะมีผู้ผลิตกระดาษรายใดทำกิจการมาได้ยาวนานกว่า 750 ปีแบบนี้ พวกเขาเริ่มธุรกิจการผลิตกระดาษเมื่อปี 1283 ขึ้นในเมือง Fabriano เมืองเล็กๆ ที่อยู่ในเขต Marche ทางตอนกลางฝั่งตะวันออกของประเทศอิตาลี พวกเขามุ่งเน้นถึงการผลิตกระดาษคุณภาพสูงสำหรับทั้งงานเขียนและงานศิลปะด้วยกรรมวิธีการผลิตทั้งแบบดั้งเดิมผสมผสานกับแบบสมัยใหม่ คุณรู้มั้ยว่าศิลปินชื่อดังระดับโลกในประวัติศาสตร์ต่างก็เคยใช้กระดาษนี้กันทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น[1] Giambattista Bodoni, Albrecht Dürer, Michelangelo, Raphael และ Francisco Goya และสิ่งที่เป็นข้อพิสูจน์ของคุณภาพกระดาษที่สูงและมีความคงทนมากนั่นก็คือ กระดาษงานของศิลปินเหล่านี้ยังคงอยู่ในสภาพที่ดีและสวยงามจวบจนถึงปัจจุบันไงละจ๊ะ สุดยอดดดดด!

และในเมื่อผมได้ย้ายมาศัยที่เมืองแห่งกระดาษอย่าง Fabriano นี้ มีเหรอที่ศิลปินกากๆ แบบผมจะพลาดทดลองกระดาษอันลือเลื่องของที่นี่ และประกอบกับที่ผมกำลังอยากเขียนไปรษณียบัตรส่งถึงคุณและเพื่อนๆ อยู่พอดี ผมเลยซื้อกระดาษสำหรับเขียนโปสการ์ดของยี่ห้อนี้มาลองใช้เสียเลย

Fabriano Postcard Pad-01

Fabriano Studio Watercolor Postcard Pad

Fabriano Postcard Pad-04

ป้ายราคาคุ้นตาเหมือนไม่ใช่จากร้านในเมือง Fabriano

Fabriano Studio Watercolor Postcard Pad คือบล๊อกกระดาษสีน้ำขนาดโปสการ์ดที่ผมพูดถึง ผมเดินเข้าร้านเครื่องเขียนเล็กๆ ร้านนึงของเมืองนั่นก็คือร้าน ‘สยามมาร์เก็ตติ้งในห้างเซ็นทรัลเวิร์ล’ และก็อาศัยช่วงชุลมุนคว้าบล็อกอันนี้ออกมาจากร้านได้ แต่เมื่อกำลังจะประตูร้านออกมานั้นเอง คุณพี่เจ้าของร้านก็สไลด์ออกมาจากหลังร้านแล้วก็เตะตัดขาจนผมถึงกับหน้ากระแทกสันประตู คุณพี่เค้าก็เห็นว่าผมมักจะมาด้อมๆ มองๆ ที่หน้าร้านบ่อยๆ จึงไม่อยากจะเอาเรื่องเอาราวให้ถึงตำรวจ พี่เค้าก็เลยบอกว่า “ถ้าอยากได้ก็ซื้อสิคะ ราคา 275 บาทค่ะ” ผมจึงต้องควักเงิน 300 บาทสุดท้ายออกมา ผมจึงได้ครอบครองสมใจ…อันหลังนี่ไม่ได้หมายถึงร้าน ‘สมใจ’ นะ แหมมมมมมม

Fabriano Postcard Pad-05

ตรงสันมีข้อมูลของบล็อกบอกไว้ด้วย

ผมสำรวจเจ้าบล็อกสีน้ำสำหรับเขียนโปสการ์ดอันนี้จากทั้งข้างหน้าและหลัง ต้องขอบอกตามตรงว่าหน้าปกออกแบบมาได้ “เห่ยจริงๆ” ผมไม่เข้าใจเหมือนกันนะว่ากระดาษสำหรับงานศิลป์แต่กลับมีการออกแบบปกที่ไร้กระบวนท่าแบบนี้นั้นคลอดออกมาได้ยังไง แต่ก็แค่ปกล่ะนะ เปรียบได้ก็เหมือนคนนั่นแหละ คนเราจะดูแค่เปลือกนอกกันไม่ได้หรอกต้องดูที่เนื้อในกันด้วย บางคนทำดีกับเราสารพัดแต่กลับทำร้ายคนอื่นมากมาย ดังนั้นเราต้องไม่หูตูบหลงเชื่ออะไรง่ายๆ ต้องคิดวิเคราะห์ให้ถ่องแท้และรอบด้านจึงจะดีที่สุด

Fabriano Postcard Pad-02

ด้านหลังมีข้อมูลครบถ้วนอ่านจนตาแหลก

Fabriano Postcard Pad-03

โอ้ เพิ่งเคยเห็นตราผลิตในอิตาลีเป็นครั้งแรกนะเนี่ย

…คุณคงจะคิดว่าผมพล่ามบ้าอะไรน้ำเน่าจนอยากจะปาโปสการ์ดแผ่นนี้ทิ้งสินะ เดี๋ยวก่อนครับผมจะเล่าต่อแลัว คือถึงแม้หน้าปกจะเห่ย แต่เมื่อผมพลิกมาดูด้านหลังผมก็พบกับรายละเอียดต่างๆ ที่บอกไว้อย่างครบถ้วน จึงทำให้รู้ว่าบล็อกสีน้ำอันนี้มีด้วยกันทั้งสิ้น 20 แผ่นเป็นกระดาษแบบ cold pressed น้ำหนัก(หนา) 300 แกรม(140 lb) ขนาด 4 x 5 3/4 นิ้ว เนื้อกระดาษเป็นเยื้อไม้ผสมด้วยฝ้าย cotton 25% มิน่าล่ะถึงทำให้มีราคา 275 บาทเพราะใช้กระดาษที่มีคุณภาพดีกว่ากระดาษปรกตินั่นเอง นอกจากนั้นยังเขียนบอกไว้ด้วยว่า ด้านหลังของกระดาษมีพื้นที่สำหรับเขียนข้อความและติดแสตมป์ส่งเป็นโปสการ์ดได้ด้วยนะ

Fabriano Postcard Pad-06

กระดาษ 300 แกรมพอทำเป็นบล็อก 20 แผ่นก็หนาไม่หยอกนะ

Fabriano Postcard Pad-07

เทียบกับ Moleskine ขนาด Pocket ก็มีขนาดใหญ่กว่า

Fabriano Postcard Pad-08

เทียบกับกระดาษโปสการ์ดจากฝั่ง Canson Montval กลายเป็นว่ามีขนาดเล็กว่าเล็กน้อย

ผมได้ทำการสำรวจต่อเนื่องอย่างละเอียดและเปรียบเทียวกับบล็อกโปสการ์ดของทางฝั่ง Canson Montval ที่ผมเคยได้รีวิวไปเมื่อสมัยยังรักกับคุณ จึงพบว่าบล็อก Canson Montval มีราคาที่ถูกกว่าเพราะว่าใช้กระดาษเยื่อไม้ 100% หรือที่เรียกว่าเซลลูโลสนั่นแหละ ผมลองเปิดสำรวจ Fabriano Studio Watercolor Postcard Pad ต่อก็พบว่าสีของกระดาษนั้นไม่ได้ขาวเสียทีเดียว แต่เป็นสีงาช้างอ่อนๆ แต่ก็ไม่ได้ออกไปในแนวเหลืองมากนักเมื่อเทียบกับกระดาษของ Moleskine Watecolor

Fabriano Postcard Pad-09

มองอะไรไม่ค่อยเห็นเลยใช่ไหม? โปรดอดใจรอสักครู่

Fabriano Postcard Pad-10

ลองฉายแสงด้านข้างดูก็จะทำให้เห็นลายของกระดาษชัดเจน ลายใหญ่เอาเรื่องนะเนี่ย

Fabriano Postcard Pad-11

ไม่เชิงเป็นบล็อกเสียทีเดียวเพราะแต่ละแผ่นถูกยึดไว้ด้วยกาวแค่ด้านบนเพื่อให้ดึงออกมาทีละแผ่นได้ง่าย

นอกจากนั้นสิ่งที่ค้นพบหลังจากการสำรวจนั่นก็คือบล็อกอันนี้มันไม่ได้เป็นรูปแบบ block เสียทีเดียว แต่เป็นกระดาษสีน้ำที่มีการยึดด้วยกาวไว้แค่ด้านบนเท่านั้น และเมื่อต้องการใช้เราก็สามารถดึงออกได้ง่ายไม่ต้องเอามีดมาแซะต่างกับของ Canson Montval ที่ยึดกาวมาทั้งสี่ด้านเลย ผมลองเอาไฟฉายส่องแสงเพื่อดูลายของกระดาษก็ทำให้รู้ว่าถึงแม้จะเป็นกระดาษแบบ cold press ที่มีผิวหน้ากึ่งเรียบกึ่งหยาบ แต่ texture กลับเป็นลายที่ใหญ่ ตรงจุดนี้ผมไม่รู้จะอธิบายให้คุณเข้าใจได้อย่างไรแต่เอาเป็นว่าพวกเราต่างคุ้นชินนกับกระดาษ cold pressed ที่มี texture ลายเล็ก พอมาเจอลายใหญ่แบบนี้ก็เข้าท่าไปอีกแบบนะ สามารถเล่นเทคนิค dry brush แล้วเห็นลายกระดาษสวยงามชัดเจนทีเดียวเชียว

Fabriano Postcard Pad-12

ด้านหลังมีช่องใส่ที่อยู่ติดแสตมป์ให้เสร็จสรรพ

พลิกเปิดกระดาษแต่ละแผ่นก็เป็นตามที่ได้อ่านรายละเอียดไปว่าด้านหลังจะมีช่องให้สำหรับเขียนข้อความและที่อยู่ของผู้รับรวมถึงช่องติดแสตมป์ไว้เพื่ออำนวยความสะดวก ผมจึงสามารถเขียนส่งถึงคุณได้ง่ายขึ้นมาอีกนิดนึงแบบโปสการ์ดในมือคุณแผ่นนี้ยังไงล่ะ

Fabriano Postcard Pad-13

นี่ยังไงล่ะธุระกิจใหม่ของผม

Fabriano Postcard Pad-14

ลูกชิ้นและไส้กรอกปิ้งกินตอนร้อนๆ ช่วงหัวค่ำอร่อยอย่าบอกใครเชียว…ก็เลิกงานแล้วมันหิว

Fabriano Postcard Pad-15

คุณอาจสงสัยว่าไม่มีอะไรจะสเก็ตช์แล้วเหรอเลยมาสเก็ตช์ถังขยะ

Fabriano Postcard Pad-16

แต่ผมกลับคิดว่ากองถังขยะก็มีความงามในตัวมันเองนะ สำคัญที่ว่าเราจะเสนอความงามนั้นออกมาให้คนอื่นเห็นคล้อยตามได้อย่างไร

ถึงตรงนี้ผมอยากเล่าถึงกิจการที่ทำให้ผมพอมีเงินใช้เหมือนใครๆ เขาบ้าง คุณก็รู้ว่าผมคุ้นเคยกับธุรกิจด้านการอาหาร จากคราวก่อนที่ทำผัดกะเพราะใส่ถั่วฝักยาวขายหน้าหอเอน วันนี้ผมมีทั้งร้านและรถเป็นของตัวเองแล้วครับ! นี่เป็นภาพของร้านและรถสำหรับขายลูกชิ้นที่ผมบรรจงเขี่ยด้วยปากกาลามี่ nib M และอีกรูปที่เป็นถังขยะที่ตั้งอยู่ในซอยของสำนักงานด้วย nib 1.1 จากนั้นจึงทำการลงสีน้ำด้วยเทคนิคอันหลากหลายตามแต่จะนึกออก ไม่ว่าจะเป็นทั้งเปียกบนเปียก แห้งบนเปียก เปียกบนแห้ง กาวแป้งเปียก(อันนี้มั่ว) ทิชชูซับ หรือเอาสีมาทาทับซ้ำๆ หลายครั้ง ก็ไม่ปรากฎว่าเนื้อกระดาษมีการช้ำน้ำจนเปื่อยยุ่ยหรือสีเน่าเลย (รู้งี้ซ้ำอีกหลายๆ ครั้งดีกว่า…โรคจิตหน่ะ) สีสามารถซึมลงกระดาษได้ดี เมื่อแห้งก็พบว่าสีสดสวยและกระดาษไม่ได้งอมากนักเนื่องมาจากเป็นกระดาษ 300 แกรมที่มีส่วนผสมของฝ้าย จึงยังสามารถคงรูปไว้ได้แม้จะชุ่มน้ำเพียงใดก็ตาม แต่มีเรื่องนึงที่ผมพลาดนั้นก็คือ ผมดันลงสีเลอะในส่วน “ขอบกระดาษ” ซึ่งเมื่อสีน้ำได้ซึมลงไปในขอบกระดาษแล้วมันก็กลับซึมแทรกผ่านไปยังหน้าหลังด้วย ดังนั้นถ้าเป็นการใช้งานจริงคงต้องเลี่ยงๆ ระบายสีแบบชุ่มน้ำบริเวณขอบหน่อยนะ

Fabriano Postcard Pad-17

สีซึมเลอะขอบกระดาษถึงด้านหลังเห็นได้ชัดเจนเชียว

คุณคงจะนึกตั้งคำถามสินะว่ากระดาษโปสการ์ดสีน้ำเล่มนี้ควรซื้อมั้ย? ผมต้องขอตอบตามจริงว่า คุณต้องการลักษณะงานแบบไหนล่ะ? ถ้าหากว่าลองเทียบราคาต่อแผ่นดู Fabriano Studio Watercolor Postcard Pad ก็จะมีราคาอยู่ที่ 13.75 บาทต่อหนึ่งแผ่น แล้วหากเราลองไปเทียบเคียงกับ Canson Montval ที่มี 20 แผ่นราคา 190 บาท ก็จะตกอยู่ที่ 9.50 บาท แต่ถ้าได้โปรซื้อ 1 แถมหนึ่งก็จะเหลือเพียง 4.75 บาทเท่านั้น! แต่คุณต้องอย่าลืมนะว่าน้ำหนักกระดาษจะเท่ากับ 185 แกรมซึ่งน้อยกว่าเยอะพอสมควร ดังนั้นถ้าหากคุณต้องการวาดภาพเน้นเทคนิคเปียกบนเปียก หรือจะแห้งบนเปียกเพื่อให้เห็นลายชัดจึงต้องใช้กระดาษที่มีลักษณะพิเศษ Fabriano Postcard Pad ก็น่าสนใจทีเดียว แต่ถ้าคุณไม่เน้นเรื่องพวกนี้มากและต้องการวาดโปสการ์ดแบบเน้นจำนวน Canson Montval ก็คุ้มค่ากว่ามากๆ เลยนะ

Fabriano Postcard Pad-18

เสาร์-อาทิตย์นี้ออกไปหาที่สเก็ตช์แล้วส่งโปสการ์ดให้เพื่อนๆ กันมั้ย?

ผมนี่มันแย่จริงๆ เลยนะ ที่เขียนโปสการ์ดแผ่นนี้ส่งให้คุณแต่ก็มัวแต่พูดพล่ามอะไรไม่รู้เกี่ยวกับกระดาษ แต่ก็อย่างที่บอกไป ถ้าคุณอยากได้กระดาษสีน้ำสำหรับสเก็ตช์รูปคุณภาพดีเพื่อส่งให้คนที่คุณรัก…ซึ่งผมรู้ดีว่าไม่ใช่ผมอีกต่อไปแล้ว Fabriano Studio Watercolor Postcard Pad ก็น่าสนใจทีเดียว กระดาษหนา มีฝ้ายผสมตั้ง 25% ที่สำคัญที่ด้านหลังก็มีพิมพ์ช่องสำหรับเขียนที่อยู่ติดแสตมป์ให้สะดวกพร้อม พกออกไปท่องเที่ยวสเก็ตช์แล้วติดแสตมป์ส่งได้เลย แต่อย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ ผมซึ่งไม่ค่อยมีเงินทองมากนัก วันๆ ก็แค่ค้าขายเอาตัวรอดไปเรื่อย ขอแนะนำให้ไปซื้อกระดาษสีน้ำที่เค้าขายเป็นแผ่นใหญ่มาตัดเองจะดีกว่า ได้จำนวนแผ่นที่มากกว่าแถมราคาต่อแผ่นก็ถูกกว่าด้วย ยอมยุ่งยากนิดหน่อยแต่ก็ประหยัดไปได้โขนะ…บริษัทเค้าจะมาด่าผมมั้ยเนี่ย?

โอ้ยลืม! เรื่องสำคัญที่ว่าก็คือ ช่วงนี้กิจการไม่ค่อยดี ฝนตกช่วงเลิกงานทุกวันไม่มีคนมาซื้อลูกชิ้นปิ้งของผมเลย อีกทั้งยังมีรถเข็นขายแหนมคลุกเจ้าใหม่มาตั้งข้างๆ อีก แล้วก็ดันอร่อยด้วยนะ! ผมจึงขายไม่ค่อยได้เลย พวกทวงหนี้ก็มาแวะเวียนกินฟรีพ่วงทวงตังค์อยู่ทุกวัน ผมจึงจะถามว่า “คุณพอจะโอน Paypal มาให้ผมซักร้อย-สองร้อยจะได้ไหมที่รัก?”

ด้วยรักและความจำเป็น
ปอนด์ แห่งเมือง Fabriano

 

…นี่แกเขียนไอยาวๆ ทั้งหมดนี่ลงโปสการ์ดได้ยังไงฟระ???

หากอ่านแล้วถูกใจชอบใจ ฝากกดแชร์ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ \( - 3-)/
โพสตอนนี้อยู่ในหมวด Notebook และมี tag ดังนี้ , , , , , โพสเมื่อวันที่ .
Avatar
hackhq

คนธรรมดาที่หลงใหลในการสเก็ตช์ ใช้ปากกาลามี่เป็นอาวุธ มีสมุด Moleskine เป็นผืนผ้าใบและมีจินตนาการในรูปของสีน้ำ หลงใหลรูป รส กลิ่น ของกาแฟ และเคลิบเคลิ้มกับเสียงของดนตรีแจ๊ส | ติดต่อผมบนทวิตเตอร์ได้ที่ @hackhq

เว็บไซต์ : https://www.bbblogr.com