ตกหลุมรักหมึกปากกาจากแดนจิงโจ้! Robert Oster Signature Ink

in Ink by hackhq on 25 May 2017

หากใครที่มีโอกาสได้เดินช๊อปปิ้ง กินเที่ยว ดูของแล้วไปลุยตามพวกร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านพระราม 9 คงจะพอได้เห็นกระดาษ A4 ที่เป็นประกาศห้ามเข้าร้านอาหารนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านหมูทอด ร้านปิ้งย่าง ร้านสเต็กเหนียว หรือจะเป็นร้านอาหารไทยสไตล์ญี่ปุ่นก็ตาม

“ประกาศ! ห้ามบุคคลนามว่า ‘โรเบิร์ต’ ตามภาพเข้าใกล้ร้านแห่งนี้!”

ครับผม… นั่นคือฉายาของผมในการตะลุยกินแหลกตามห้างสรรพสินค้าจนหลายๆ ร้านต้องติดประกาศห้ามเข้า …แต่ว่ามันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับรีวิวในวันนี้ซะทีเดียวนะ (แล้วจะพูดเพื่อ???) แต่ที่ผมพูดถึงฉายานี้ขึ้นมาก็เพราะว่าหมึกปากกาหมึกซึมที่ผมนำมาให้ชมกันในวันนี้ก็ใช้ชื่อว่า “โรเบิร์ต” เช่นเดียวกัน แถมยังเป็นหมึกที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในแวดวงปากกาหมึกซึมอีกด้วย

Robert Oster Signature Ink

Robert Oster Signature Ink [ขอเชิญคลิกเพื่อเสพ] คือชื่อของหมึกที่น่าสนใจที่สุด ณ เวลานี้ หมึกปากกาหมึกซึมแท้ๆ จากประเทศประเทศออสเตรเลีย ถือกำเนิดขึ้นจากความรักและชื่อชอบในปากกาหมึกซึม และด้วยความรักนี้เองจึงได้ตั้งใจที่จะสร้างสรรค์หมึกปากกาหมึกซึมที่มีสีที่มีความเป็นเอกลักษณ์ขึ้นมา ด้วยความพิเศษของทั้งสีและหมึกที่ไม่เหมือนใครนี้ ทำให้กลายเปนหมึกที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในอเมริกาและยุโรป และผมเชื่อว่าหลังจากที่พวกเราได้ลองหมึกตัวนี้ คงจะได้มีแววเสียเงินถอยมาสักสี 2 สีเป็นแน่

ขวด!

รูปร่างหน้าตาของขวดหมึกก็ง่ายๆ ครับ เป็นขวดพลาสติกใส PET ทรงสูง ฝาสีดำหมุนปิดแล้วแน่นหนาดี บนขวดจะมีสติกเกอร์สีทองเงาวับเป็นตราประทับของยี่ห้อ Robert Oster Signature Ink แปะตัดกับสีหมึกในขวดใสทำให้ฉลากมันเหลืองอร่ามเด่นชัดยิ่งขึ้นไปอีก

บนฝานั้นจะมีทั้งรายชื่อของสีหมึกและบ่งบอกว่าเป็นหมึกที่ผลิตที่ประเทศ ออสเตรเลียนะเฟ้ย แต่ที่ผมชอบมากบนฝานี้ก็คือ “มีตัวอย่างสีของหมึกแบบปาดจริงๆ ถ่ายรูปจริงๆ พิมพ์มาให้ดูด้วย” ซึ่งต่างกับยี่ห้ออื่นๆ ที่จะใช้เป็นภาพกราฟฟิคจากคอมพิวเตอร์แล้วสีมันไม่เหมือนจริงเลยเว้ยยยย แต่กับไอตัวอย่างสีบนฝานี่ก็เลยดู “ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น”

Color & Shading

หมึกของ Robert Oster Signature Ink มีมากมายหลายสีมากๆๆๆๆ อย่างที่ร้าน The PIPS Café ของคุณเอ็มแกก็เอาเข้ามาขายถึง 24 สี และคุณเอ็มแกบอกว่านี่ยังเป็นแค่เพียงบางส่วนเท่านั้นและจะมีเข้ามาเติมเรื่อยๆๆๆๆ แต่ถ้าจะให้รีวิวทั้งหมดผมคงกระอักหมึกตายแน่ๆ ผมจึงเลือกสีที่ผมสนใจและเห็นว่ามีเอกลักษณ์ต่างกับของยี่ห้ออื่นๆ มาได้ 5 สีครับ …ซึ่งเลือกโคตรนานจนร้านปิดเลย ได้แก่!

1. Fire & Ice ฟ้าอมน้ำเงิน

ตัวนี้เป็นหมึกตัวที่ผมชอบเป็นพิเศษเพราะโดยปรกติแล้วหากผมจะต้องใช้หมึกสีน้ำเงิน ผมมักจะเลือกหมึกสีออกไปทางฟ้าเข้มหนักไปทางสีน้ำเงิน ซึ่ง Fire & Ice นี้ก็เป็นอย่างว่าครับคือเป็นสีฟ้าน้ำเงินที่สดใสทีเดียว แถมยังเด่งเรื่อง Shading มากด้วย อย่างที่ผมลองเขียนให้ดูนี้จะเห็นว่าถ้าผมใช้ปากกาที่หมึกออกปานกลางแล้วหัวปากกาเล็กๆ เช่น Kaweco Sport EF เส้นที่เห็นก็จะออกไปทางฟ้าเลย แต่ถ้าเปลี่ยนมาใช้อีกด้ามที่เป็น Lamy Safari M เส้นก็จะออกมาเป็นฟ้าเข้มหนักไปทางสีน้ำเงินไปเลย ตรงไหนที่หมึกท่วมหน่อยก็จะทำให้เห็นเป็นการไล่สีของหมึกที่งามทีเดียว

 

2. River of Fire น้ำเงินอมเขียน

นี่เป็นอีกตัวที่น่าสนใจครับ มันเป็นสีเขียวเข้มที่หนักไปทางสีน้ำเงิน เอ… หรือว่าเป็นสีน้ำเงินอมเขียวก็ว่าได้นะเพราะสัดส่วนมันพอๆ กันเลย เป็นสีที่เข้มอ่านได้ชัดและสีสวยเป็นเอกลักษณ์ แบบเดาไม่ออกว่าจะเป็นสีอะไรกันแน่ River of Fire ตัวนี้ Shading ก็ถือมีนะ เพียงแต่เพราะสีหลักของมันค่อนข้างที่จะเข้มอยู่แล้ว เราเลยไม่ค่อยเห็นถึงความแต่ต่างมากนัก

 

3. Spearmint เขียวอมน้ำเงิน (จะอมกันอีกนานมั้ย?)

ตะกี้เราได้ลองหมึก River of Fire กันไปแล้ว มาถึงตัวนี้ที่เป็นสีเขียวแท้ๆ แต่ด้วยความที่เป้นสีเขียวที่ไม่ได้มืดหรือเข้มจนเกินไป ทำให้ shading ของหมึกเห็นได้ชัดเจน เป็นหมึกที่ไล่น้ำหนักได้สวยงามอีกตัวนึงเลย

 

4. Jade เขียวสว่างโทนเหลืองน้ำตาล

โอ้ยยย สีนี้ผมชอบมากกกก ผมมักจะชอบหมึกที่เป็นสีเขียวอ่อนๆ สีใบตอง สีเขียวใบไม้ คือดูแล้วมันสดชื่นดีครับ และกับเจ้าสีนี้ก็ให้ความรู้แบบเดียวกันเลย เป็นสีของใบไม้อ่อนๆ ที่เพิ่งออกจากกิ่งก้าน และเมื่อพอมีน้ำหนักหมึกเพิ่มมากขึ้นก็สวยงามเหมือนใบไม้กำลังผลัดสีให้เข้มขึ้นเหมือนใบแก่

 

5. Ng Special ’16 เหลืองทองผ่องอำไพ

อันนี้เด็ดสะใจจริงๆ พื้นของหมึกจะเป็นสีส้มสว่างและสดมาก เขียนแล้วเห็นตัวหนังสือได้เด่นชัดมาก แต่ทีนี้พอเอาม่เติมในปากกาแล้วเขียน ตรงส่วนที่มีหมึกอยู่เยอะยิ่งทำให้ตัวหนังสือมีความพิเศษยิ่งขึ้น มันเป็นการไล่สีจากส้มสว่างไปเป็นสีส้มที่เข้มจัด อ่านแล้วรู้สึกสนุกสนานในทุกบรรทัด

Sheen

อืมมมมมม จากหมึกที่ผมเลือกมานั้นเรียกได้ว่ามีถึง 3 ตัวที่ออก sheen สวยงามชัดเจนทีเดียว Fire & Ice, Spearmint และ River of Fire ซึ่งสีที่ผมว้าวมากเป็นพิเศษนั่นก็คือ Fire & Ice ครับ ที่เป็นหมึกสีฟ้าน้ำเงินแต่พอเขียนแล้วตามขอบตามเส้นที่มีหมึกค้างอยู่เยอะหน่อยก็จะออกเป็นเหลือบสีม่วงอมชมพู ยิ่งถ้าลองเอาไปส่องกระทบแสงไฟก็จะดูเงางามเป็นประกายสวยงามมากๆ ตกหลุมรักเลยหมึกตัวนี้ Fire & Ice

ตัวต่อมาที่ผมเห็นว่า sheen มันเป็นสีที่สวยเป็นพิเศษคือ Spearmint หรือก็เขียวมินต์นั่นแหล่ะ ลองมองใกล้ๆ กับหมึกที่ผมลองปาดลองเขียนดูนะครับจะเห็นว่า sheen มันเด่นชัดสวยงามขึ้นมาเป็นสีม่วงเลย ที่มันชัดก็เพราะว่าตัวสีพื้นเองเป็นสีเขียว เช่นเดียวกับหมึกสี River of Fire สีเขียวอมน้ำเงินก็ออก sheen ที่เป็นสีม่วงอมชมพูเช่นกัน

Feather & Bleed Through

ผมยังคงยึดหลักในการใช้กระดาษแบบธรรมดาของสมุด Moleskine ในการทดสอบเรื่องเส้นแตกและซึมไปหน้าหลังหรือไม่ ก็ผลก็อย่างที่เห็นครับ หมึกซึมไหลแทรกไปตามเยื่อกระดาษเห็นแล้วเส้นไม่ค่อยคมเลย พลิกด้านหลังของกระดาษ Moleskine ดูก็ไม่เหลือรอดครับทะลุถึงแกนโลก ตรงส่วนนี้ผมไม่ได้มองว่าหมึกไม่ดีหรืออะไรนะเพราะปัจจัยมันอยู่ที่เนื้อกระดาษเป็นจุดสำคัญ

ตรงนี้ผมอยากจะให้ดูเป็นตัวอย่างครับว่ากระดาษนั้นมีผลต่อเส้นแตกของหมึกและการซึมทะลุหน้าหลังด้วย เช่นถ้าเราใช้กระดาษพวก MD paper หรือ Tomoe River เราก็จะไม่พบกับปัญหาเส้นแตกหรือหมึกซึมทะลุหลังครับ ดังเช่นตัวอย่างที่ผมนำมาแปะให้ดูนี่เป็นกระดาษ Lightweight Paper 013 ของ TRAVELER’S notebook ที่ขึ้นชื่อเรื่องความบาง จะเห็นว่าหมึก Fire & Ice ตัวเดียวกันแต่ไม่มีอาการเส้นแต่อย่างใด แถมหน้าหลังก็ไม่ซึมแม้แต่น้อยเลย นี่ขนาดกระดาษบางมากๆๆๆ นะเนี่ยะ!

Dry Speed

เนื่อจากผมต้องการให้การทดสอบเรื่องการแห้งของหมึกเป็นมาตรฐานเดียวกันไม่ว่าจะเป็นหมึกที่เคยทดสอบมาหรือหมึกที่จะทดสอบต่อๆ ไปในอนาคต ผมเลยยังคงเลือกใช้กระดาษของ Moleskine ในการทดสอบครับ ซึ่งผลที่ออกมาก็ตามที่เห็น หมึกค่อนข้างแห้งไวเพราะว่าด้วยเนื้อกระดาษของ Moleskine ทำให้หมึกมันจมลงกระดาษได้ดี หมึกที่เหลือค้างอยู่บนผิวจึงมีน้อย

Ink Flow & Smooth

อืมมมมมมม อันนี้คือดีงามเลยอ่ะ หมึกทุกตัวเป็นหมึกที่ไหลลื่นดีมากเลย น้ำหมึกมันไม่ได้เหลวหรือข้นจนเกินไป ผมลองเอาหมึกมาเติมลงปากกาหลายตัวครับไม่ว่าจะ Lamy Pelikan และก็ Kaweco แต่ละด้ามก็จะให้ผลไปในแนวทางเดียวกันคือหมึกไหลดีทีเดียว แต่ว่าสีที่ได้ก็ยังคงสดสวย เวลาเขียนก็ให้ความรู้สึกที่เขียนได้สนุก ไม่รู้สึกว่ามันเป็นน้ำผสมไปเยอะจนเขียนแล้วสากๆ ด้านๆ หมึกตัวนี้เป็นหมึกที่เขียนได้สนุกเพลินมือตัวนึงเลยล่ะ

Waterproof

ผมลองลากเส้นเขียนอักษรด้วยหมึกทั้ง 5 แล้วจุ่มลงในน้ำดูครับ ผลก็ออกมาอย่างที่เห็นคือว่าหมึกตัวนี้ไม่ได้เป็นหมึกกันน้ำนะ โดนน้ำทีนึงก็จางหายไปจนแทบจะจำกันไม่ได้ว่าเคยเขียนอะไรไปบ้าง

ซื้อที่ไหน? ราคาเท่าไหร่?

หมึกตัวนี้ผมได้รับการสนับสนุนมาจากคุณเอ็ม แห่งร้านหมึกสวยและปากกาแยะ The PIPS Café [เว็บไซต์] ซึ่งเดี๋ยวนี้เราสามารถเข้าไปร้านแบบตัวเป็นๆ จับของกับมือได้แล้วนะครับที่อาคารธนิยะ ชั้นหนึ่งตึกติด BTS [อ่านรีวิวร้านกันมั้ย?] โดยราคาของเจ้าหมึก Robert Oster Signature Ink อยุ่ที่หัวละ 520 บาทครับ ปริมาณบรรจุต่อขวดก็อยู่ที่ 50ml พอหารออกมาแล้วก็ตกที่ 1 ml ละ 11 บาท (ถ้าผมจำไม่ผิดไอหลอดสูบหมึกก้านแดง Z24 ของปากกาลามี่จะมีความจุราวๆ 0.5 – 0.6 ml) ซึ่งจากที่ผมลองเช็คราคาจากเว็บปากกาหลายๆ เว็บในต่างประเทศก็ทำให้รู้ว่าที่ร้านของคุณเอ็มนั้นทำราคาได้ดีมากเลยนะ ถูกกว่าซื้อจากเมืองนอกอีก กลายเป็นว่าเราได้ใช้หมึกสีสดสวย เอฟเฟคเยอะ คุณภาพแน่นขวดในราคาที่ไม่แพงเลย


ความเห็นจากบีบีบล็อก

เห้ยผมชอบหมึกยี่ห้อนี้เลยนะพูดจากใจ จริงๆ แล้วในดวงใจผมอ่ะถ้าเป็นพวกหมึกปากกาหมึกซึมที่เป็นหมึกสี ผมจะมีไม่กี่ยี่ห้อหรอกครับที่จะชอบเป็นพิเศษ และที่ผมชอบหมึกยี่ห้อเหล่านั้นก็ไม่ใช่เหตุผลอื่นใดถ้าไม่ใช่เรื่อง “ความครบเครื่อง” คือผมจะดูว่าหมึกเหล่านั้นมันสีสดสวยมั้ย เขียนลื่นมั้ย สีลูกเล่นอะไรพิเศษบ้าง และคุ้มค่ามั้ย นี่แหล่ะครับคือความครบเครื่องที่ผมพูดถึง

ซึ่งหมึกของ Robert Oster Signature Ink ผมถือว่าครบเครื่องเลยนะในความคิดของผม ไม่แปลกใจว่าทำไมเมืองนอกเมืองนาถึงพูดถึงกันเต็มเว็บบอร์ดไปหมด สีของมันก็เป็นเอกลักษณ์และยังสดสวยอีกด้วย เขียนลงกระดาษแล้วทิ้งไว้ให้แห้งสีก็ไม่จืดไม่ดรอปลงแม้แต่น้อย เขียนได้ลื่นหมึกไหลดีงาม แถมตัวไหนมี shading และ sheen ก็ยิ่งทำให้หมึกตัวนี้น่าใจมากยิ่งขึ้นไปอีก อย่างเช่น Fire & Ice นั้นครบเครื่องมากๆๆ ซึ่งผมเชื่อแน่ว่าใครที่อยากได้หมึกเท่ๆ สวยๆ ไว้เติมปากกาด้ามโปรดจะต้องติดใจตัวนี้แน่ๆ เซ็นเอกสารแล้วสวยมากๆๆ

ผมดีใจครับที่พวกเราจะสามารถหาซื้อหมึกปากกาหมึกซึมสีสวยๆ และคุณภาพสูงเพิ่มมากขึ้นอีกหนึ่งยี่ห้อกับหมึก Robert Oster Signature Ink ไม่ว่าสีไหนก็สวยงามมีจุดเด่นของตัวเอง น้ำหมึกเข้มข้นสีสดสีชัด เขียนได้สนุกมือมากๆ โดยเฉพาะหมึกที่มี sheen อย่าง Fire & Ice, Spearmint และ River of Fire ก็ออก sheen ชัดเจนทำให้กลายเป็นหมึกที่ยิ่งกว่าเป็นหมึกสีพิเศษขึ้นไปอีก ผมแนะนำนะครับ ถ้าหากคุณผู้อ่านกำลังมองหาหมึกปากกาหมึกซึมเจ๋งๆ เด็ดๆ สักตัวนึงอยู่ ลองเข้าไปลองที่ร้านคุณเอ็ม ดูจากสมุดที่แกปาดสีไว้ให้ดู หรือจะลองจิ้มมาเขียนเองเลยก็ได้ ผมรับรองว่าหมึก Robert Oster Signature Ink จะกลายมาเป็นหมึกในใจของคุณแน่นอน

ขอขอบพระคุณ

คุณเอ็ม แห่งร้านปากกาหมึกเยอะและปากกาสุดงาม The PIPS Café ที่สนับสนุนหมึกปากกาสีอันเป็นเอกลักษณ์ Robert Oster Signature Ink มาให้ได้ร้องว้าวในความงาม ขอบพระคุณครับ!

หากอ่านแล้วถูกใจชอบใจ ฝากกดแชร์ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ \( - 3-)/
โพสตอนนี้อยู่ในหมวด Ink และมี tag ดังนี้ , , , , โพสเมื่อวันที่ .
hackhq

คนธรรมดาที่หลงใหลในการสเก็ตช์ ใช้ปากกาลามี่เป็นอาวุธ มีสมุด Moleskine เป็นผืนผ้าใบและมีจินตนาการในรูปของสีน้ำ หลงใหลรูป รส กลิ่น ของกาแฟ และเคลิบเคลิ้มกับเสียงของดนตรีแจ๊ส | ติดต่อผมบนทวิตเตอร์ได้ที่ @hackhq


เว็บไซต์ : https://www.bbblogr.com