ปากกาหมึกซึมแห่งหยดหมึก! Opus 88 Koloro : Teal

in Pen by hackhq on 20 Jan 2018

ถ้าพูดถึงคำว่า “ป้อม” คุณจะนึกถึงอะไรครับ? ถ้าถามผมผู้ที่ชื่นชอบปากกาหมึกซึมแล้วละก็ สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเลยก็คือปากกาป้อมๆ ยี่ห้อ Kaweco รุ่น Sport ทั้งหลายแหล่นั่นแหล่ะ ทีนี้ถ้าถามถึงคำว่า “บิ้กป้อม” กันบ้างล่ะ หลายคนก็จะปรมมือตะโกนก้องร้องเชียร์กันเลยล่ะสิครับ “เค้าคือไอด้อลของชั้น!” “โอ้ยคนนี้เค้าเฟรนด์ลี่เพื่อนเยอะ!” แต่สำหรับผมแล้ว คำๆ นี้ชวนให้นึกถึงปากการูปร่างป้อมๆ เขียนดีๆ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยนามว่า Opus 88 Koloro ต่างหากล่ะ

…นี่คือรีวิวตอนแรกของปีที่จะพาให้ทั้งเว็บและเจ้าของเว็บปลิวไปพร้อมๆ กัน

Opus 88 Koloro : Teal

Opus 88 Koloro : Teal [คลิกไปส่องกันรัวๆ] คือปากกาแห่งหยดหมึกที่ผมนำมาให้ชมกันในวันนี้ครับ ที่ผมพูดเกี่ยวกับคำว่า “หยดหมึก” นั้นก็เพราะว่าวิธีการใช้งานของมันไม่เหมือนใคร จริงๆ เพราะเจ้าปากกาด้ามนี้มันคือปากกาที่มีระบบเติมหมึกแบบ “eye dropper filling mechanism” อ่านออกเสียง “อายดรอปเปอร์ฟิลลิงแมคเคอะนิซึม” …จะอ่านให้ฟังเพื่อ? จะว่าไปแล้วนี่ก็ถือเป็นการเปิดซิงครั้งแรกของผมกับลำปากกาประเภทนี้เลยทีเดียว …ทำไมดู 18+ จังหว่า

ก่อนอื่นเลยขอพูดถึงแบรนด์ปากกา Opus 88 นิดนึง อ่านชื่อแล้วคงจะคิดว่าปากกาด้ามนี้มาจากฝั่งยุโรปหรือประเทศแถบๆ นั้นอ่ะนะ แต่จริงๆ แล้วต้นกำเนิดของปากกาด้ามนี้มาจากประเทศใกล้ๆ ไม่ห่างไกลเราเลยนั่นก็คือประเทศไต้หวัน ดีไซน์ของปากกาแต่ละด้ามของเค้าก็จะออกแนวดูหรูหราและดีมีอายุสักนิดนึง ใครอยากเห็นปากกาด้ามอื่นๆ ขอให้ลองเข้าที่เว็บไซต์นี้นะ http://www.jingi.com.tw/ แต่เอาจริงๆ นะผมว่าตัว Koloro นี่ดูตรงจริตกับผมที่สุดล่ะ กร๊าก

ด้ามที่ผมได้รับมานั้นเป็นสี Teal ครับ เป็น 1 ใน 4 ของสีทั้งหมดที่เป็นรุ่น Koloro แบบปรกติอันได้แก่สี Teal (ด้ามนี้), Yellow, Red และ Blue แต่ถ้าลองดูในเว็บของคุณแฟร้งค์ มันจะมีอีกด้ามชื่อ Koloro เหมือนกันแต่หน้าตาจะไม่เหมือนกับด้ามอื่น มันมีชื่อว่า Opus 88 Koloro demonstrator ก็คือด้ามใสนั่นเอง

แกะกล่อง มีอะไรให้บ้าง

เห็นหน้าตากล่องครั้งแรกผมรู้สึกได้ถึงระดับของความไฮโซครับ คือตัวกล่องปากกานั้นจะมีซองกระดาษสีน้ำตาลมีเท็กซ์เจอร์คล้ายเสื่อสานและโลโก้ของ Opus 88 พิมพ์พิเศษสีท๊องทองประทับอยู่บนนั้น เมื่อเลื่อนสไลด์ซองด้านนอกออกก็จะพบกับกล่องสีดำข้างในครับ ไอกล่องนี้อ่ะ ผมเห็นทีแรกนี่แบบโง่แด่ไปเลยเพราะเปิดไม่ออก เสียเวลาเลื่อนกล่องนานมากแต่กลายเป็นกล่องแบบฝาแม่เหล็กเปิดจากด้านบน…

ภายในกล่องจะบุโฟมสีเทาที่เจาะร่องเพื่อให้ยึดตัวปากกากับหลอดหยดให้แน่นหนาไม่เลื่อนไปไหน ในกล่องก็ไม่มีอะไรมากครับ มีแค่กระดาษคู่มือการใช้ปากกา 1 เล่ม ตัวปากกา Opus 88 Koloro 1 ด้าม และก็ไฮไลท์ของงานวันนี้คือ หลอดหยดหมึก eye dropper นี่คงสงสัยกันสินะว่าให้มาทำไมฟระ?

หน้าตาโดยรวม

ตัวปากกามีหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์มากครับ คือเป็นปากกาที่มีส่วนทึบตัดสลับกับส่วนใสไปตลอดทั้งด้าม รูปทรงของปากกานั้นเป็นเหมือนกับซิการ์ที่ป่องตรงกลางแต่ปลายทั้งสองข้างนั้นเรียวลง โดยส่วนของปลอกปากกาก็จะใหญ่โตกว่าตัวด้ามอยู่พอสมควรและยังคงเป็นรูปทรงซิการ์ด้วยเช่นกัน

ด้าม Teal ของผมนั้นมีส่วนใสเป็นสีฟ้าอมเขียวครับ ไอตรงส่วนใสนี้เผยให้เห็นทั้ง nib สีเงินด้านในและยังเผยให้เราเห็นปริมาณหมึกที่บรรจุอยู่ภายในตัวด้ามด้วย ส่วนทึบของปากกานั้นเป็นสีน้ำตาลกากีที่มีลวดลายที่มองผ่านๆ แล้วเหมือนพวกหินอ่อนไม่ก็ไม้ก๊อก ภาพรวมของปากกาจึงเป็นปากกาที่มีสีเหมือนแผ่นไม้จากเรืออับปางที่ลอยอยู่กลางทะเลสีฟ้าเขียว(พลังมโน) ประดับตกแต่งด้วยวงแหวนเส้นเงินสะท้อนแสงในส่วนของคลิปและส่วนก้นปากกา และเมื่อหมุนเกลียวปลอกปากกาออกดูก็จะเห็นส่วนของมือจับที่เป็นสีใสเหมือนกับตัวด้ามด้วย

คลิป

คลิปนี่อ่ะโคตรจะมีความ “โคตรคลาสสิค” เลยครับ (…ในรีวิวตอนนี้เป็นการใช้เรียกแทนคำว่าเชย กร๊าากกกก หัวเราะทำไมขำเหรอ?) คลิปเป็นสีเงินโครเมี่ยมเงางามสะท้อนแดดวิววับเหมือนเพชรบนแหวนของบิ๊กป้… ข้ามเนาะกลัวไม่ได้อัพตอนหน้า คือเค้าออกแบบได้มีความเว้าความโค้งตามสไตล์ปากกา vintage ปลายด้านล่างของคลิปออกแบบให้คล้ายหยดน้ำลายที่กำลังไหลหยดมาจากมุมปากของรัฐมนโท บากลายทั้งสองข้างให้เป็นร่องเล็กๆ ยิบๆๆๆๆๆ ให้ดูมีมิติเพิ่มมากขึ้น

ข้อแนะนำ

…อย่าถือปากกาแล้วเผลอยกมือบังแดดล่ะ เดี๋ยวจะบอกไม่ถูกว่าเป็นปากกาของเพื่อนหรือของตัวเองกันแน่ แอร๊ยยย (ทำไมมึงยังไม่หยุด?)

ขนาด น้ำหนัก จับถือ(เสียบปลอก)

เอาจริงๆ เลยนะ ผมเห็นครั้งแรกผมคิดว่าปากกาที่ใหญ่โตและมีความป้อมด้ามนี้มันต้องแอบหนักแน่ๆ แต่อย่าให้รักแรกพบนั้นหลอกตาคุณ! ไปเอามาเลยครับไปเอา Lamy Safari ของคุณมาเทียบกันเลย ผลปรากฎว่าจริงๆ แล้วขนาดรูปร่างของ Koloro นั้นไม่ได้ยาวใหญ่หรือป้อมหนากว่าลามี่ซาฟารีเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะทั้งตอนที่เสียบหรือถอดปลอกออกก็ตาม เพียงแค่รูปร่างหน้าตาของมันมีส่วนที่ปูดยื่นปูดโค้งก่อให้เกิดความรู้สึกว่ามันใหญ่ก็เท่านั้นเอง จับถือทั้งสวมปลอกหรือถอดออกก็ถนัดรับเข้าอุ้งมือดีครับ

น้ำหนักก็ไม่ถือว่าหนักมากมายอะไรเลย สวมปลอกอยู่ที่ 24.5 กรัม และถอดอยู่ที่ 13.5 กรัมเท่านั้น ผมลองวัดสมดุลปากกาด้วยการวางบนนิ้วมือ (ขอโทษทีลืมถ่ายรูปอ่ะ กร๊าก) พบว่าน้ำหนักปากกาจะหนักไปทางหัวปากกา ถ้าไม่เสียบปลอกเข้าที่ก้นปากกาก็จะไม่พบกับปัญหาหน้ายกก้นตกแต่อย่างใด

ระบบหมึก

อย่างที่ได้บอกไปตั้งแต่ตอนต้นว่าเจ้าปากกาด้ามนี้มันมีระบบหมึกแบบ “eye dropper filling mechanism” หรือก็คืออาศัยตัวด้ามเป็นตัวบรรจุหมึกไปเลยโดยมีวิธีการเติมหมึกแบบหยดหมึกลองไป นั่นจึงเป็นที่มาของการที่เค้าใส่หลอดหยดหมึก eye dropper มาให้ด้วยนั่นเอง

วิธีการเติมนั้นออกจะรุงรังนิดๆ นั่นก็คือ เราต้องหมุนเกลียวส่วนของมือจับออกจากตัวด้ามปากกา ซึ่งถ้าเราส่องดูจะเห็นว่ามันจะมี “วงแหวนยาง” หรือที่เรียกกันว่าซีลยางกั้นอยู่ตรงเกลียวด้วย ที่ต้องมีก็เพราะปากกาด้ามนี้จำเป็นต้องมีซีลยางเพื่อป้องกันหมึกที่บรรจุอยู่ในตัวด้ามไหลซึมออกมานั่นเอง

หมึกที่ผมจะเติมในวันนี้เป็นหมึกดำกันน้ำตัวเทพที่ผมใช้ในทุกๆ ด้าม De Atramentis Document Ink : Black เปิดฝาออกแล้วเอา eye dropper จุ่มสูบแล้วก็หยดลงในตัวด้ามเลยครับ เวลาหยดก็ระวังๆ นิดนึงนะเพราะที่ภายในนั้นมันจะมี “ก้านกั้นหมึก” อยู่ด้วย ถ้าเราหยดเร็วๆ รัวๆ หมึกอาจจะไหลลงไปไม่ทันเดี๋ยวจะเลอะเทอะได้นะ และเมื่อเติมเสร็จเรียบร้อยก็เอาส่วนของกริปมาหมุนคืนเหมือนเดิมเป็นอันพร้อมใช้งาน

แต่มันยังเขียนไม่ได้นะ!!

เอ้าทำไมล่ะ?! อย่างที่ผมบอกไปตะกี้ว่าข้างในด้ามปากกามันมีก้านกันหมึกอยู่ด้วย แล้วมันเอาไว้ใช่ทำอะไรว้า? คือกลไกด้านในของปากกา Koloro ด้ามนี้มันจะมีก้านกั้นหมึกไว้สำหรับป้องกันไม่ให้หมึกไหลทะลักท่วมส่วนหัวของปากกา ตรงส่วนก้นของปากกาจึงมีกลไกให้เราสามารถหมุนเพื่อเลื่อนก้านกั้นหมึกนี้ได้ ในสถานะปรกตินั้น ก้านกั้นหมึกมันยื่นปิดสนิทที่ภายในในส่วนของ ink feed ทำให้ไม่ว่าจะพกพาไปไหนหรือขึ้นเครื่องบินหมึกก็จะไม่ไหลทะลักหากเราปิดไว้ แต่ถ้าต้องการจะเขียนแล้วละก็ เราก็เพียงแค่หมุนส่วนก้นปากกาเปิดออกนิดนึงเพื่อให้อากาศได้ไหลเข้าไป หมึกก็จะไหลพร้อมเขียนแล้วล่ะ

nib

ตัว nib นั้นมีด้วยกันทั้งหมดสามขนาดครับ คือ F H และ M ถุย! มี F M และก็ B ต่างหากเล่า! ซึ่งตัวที่ผมได้รับมานั้นแน่นอนว่าต้องเป็นขนาด F ครับเพราะผมชอบอะไรเล็กๆ กะทัดรัด ยิ่งสาวๆ ตัวเล็กๆ นี่นะ อื้อหืออออออ เปรี้ยวปากโว้ยขอมะขามหน่อย! พอเติมหมึกอย่างยากลำบากและบิดก้นน้องนิดๆ เพื่อเปิดช่องให้หมึกไหลแล้วก็เลยเอามาลากเส้นเทียบกับ Lamy Safari ครับ ซึ่งผลที่ออกมาคือขนาดของเส้นมันจะอยู่ราวๆ ใหญ่กว่า EF แต่ไม่ได้ใหญ่ไปกว่า F ของลามี่นะ ซึ่งผมชอบหว่ะ! เป็นขนาดที่ไม่เล็กเกินไปแต่ก็ไม่หนามากกำลังสวยเลย วาดรูปสายขี้เกียจแบบผมกำลังดีเลย

ลองเขียน

ลากเส้นแล้วก็มาเขียนกันเลยดีกว่า ผมเลือกสมุดเล่มโปรดสำหรับการทดสอบนั่นก็คือ MD notebook เล่มเส้นตาราง grid แว่บแรกที่เขียนนั้นรู้สึกได้ถึงคุณภาพของ nib เลย คือมันก็เป็น nib แบบกลมแข็งๆ นี่แหล่ะครับ ไม่ได้มีความ flex หรือสปริงตัวอะไรเลย แต่ว่าปลายปากกาอ่ะทำมาอย่างดีเลย เขียนได้ลื่นสนุกมือทีเดียวนะ ทีแรกผมนึกว่าผมคิดไปเองคนเดียวเลยพกไปให้เพื่อนๆ ในออฟฟิศที่ใช้ปากกาหมึกซึมได้ลองกันด้วย แต่ละคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันนะว่าเขียนดีงามมากแบบไม่รู้จะอธิบายยังไงแต่รู้ว่าเขียนดี เอ้ายังไงวะ?!

เรื่องการไหลของหมึกตรงนี้ก็ไหลดี ออกไปทาง wet นิดๆ แต่ไม่ได้ท่วมมากมายอะไร จ่าว่าไปไอการที่หมุนท้ายปากกาให้หมึกไหลมันไม่ได้ช่วยให้หมึกไหลเพิ่มมากขึ้นแต่อย่างใด ซึ่งการเขียนแบบหวัดๆ ไวๆ แบบผมนั้นก็เขียนได้ตลอดรอดฝั่งและไม่มีอาการหมึกขาดช่วงอะไรให้หงุดหงิดใจ

ซื้อที่ไหน? ราคาเท่าไหร่?

มาหล่อขนาดนี้จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ครับถ้าไม่ใช่ร้านปากกาของคุณแฟร้งค์ fontoplumo.nl นั่นเอง โดยเจ้าปากกาด้ามนี้มีราคาขายเมื่อรวมทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะใช้ส่วนลด 10% “bbblog” แล้ว ได้รับการยกเว้นภาษีประเทศนอกกลุ่มยุโรป รวมถึงคิดค่าส่งแบบมี tracking no. มายังประเทศไทย ราคาจะตกอยู่ที่ด้ามละ €75.12 หรือเป็นเงินไทยอยู่ที่ 2,927 บาท ถือว่าราคาน่าโดนจริงๆ กับปากกาดีไซน์คลาสสิคหน้าตาเป็นเอกลักษณ์แถมยังเขียนดีงามฝุดๆ ด้ามนี้

แต่คนที่สนใจอยู่อาจจะต้องรอหน่อยนะครับ เพราะผมเข้าไปเช็คที่ร้านคุณแฟร้งค์มาก็เหลือแค่เพียงด้ามสีเหลืองสีเดียวนะ ด้ามสีอื่นๆ ขายดีเกินไปตอนนี้รอเข้ามาเติมสต๊อกอยู่ครับ แต่ก็สามารถไปกดๆ pre-order กันก่อนก็ได้นะไม่ว่ากัน

เข้าไปจัดได้ที่นี่นะ : https://fontoplumo.nl/shop/en/169-opus-88-fountain-pens

ความเห็นจากบีบีบล็อก

จริงๆ แล้วปากกาด้ามนี้ถือเป็นปากกาที่เขียนได้ดีทีเดียวเลยนะ หัวอ่ะเขียนลื่นสนุกมาก หมึกก็ไหลได้ดีเป็นที่น่าพอใจเลยแหล่ะ หน้าตาก็ถือว่าสวยงามแบบคลาสสิคๆ แต่ก็แอบดูทันสมัยอยู่เหมือนกันด้วยการเล่นสีและการเลือกใช้วัสดุ แต่ว่าสิ่งนึงที่ผมติดใจนั่นก็คือ เจ้าก้านหมึกที่อยู่ด้านใน

คืออย่างงี้ โดยปรกติแล้วปากกาประเภท eye dropper pen จุดแข็งใหญ่สุดๆ นั่นก็คือ “สามารถบรรจุหมึกได้เยอะมากๆ” เพราะว่าปากกาแบบนี้มันใช้ทั้งด้ามปากกาเป็นที่เก็บหมึกไง แต่ทีนี้ด้วยการใส่กลไกก้านกั้นหมึกด้านในเข้ามา คือมันก็มีประโยชน์ตรงที่ช่วยป้องกันหมึกไม่ให้ไหลทะลักเวลาเคลื่อนย้าย แต่ในอีกมุมนึงก็คือ ไอก้านนี้มันทำให้พื้นที่ในการบรรจุหมึกลดลงด้วยเช่นกัน

อีกข้อนึงที่อาจจะสร้างความหงุดหงิดให้เราได้บ้างก็เรื่องความไม่ทันใจเวลาใช้งาน นั่นก็เป็นเพราะว่าเวลาเราจะเขียน เราก็จะต้องหยิบปากกามาหมุนที่ก้นเปิดออกนิดนึงเพื่อให้หมึกไหล ต่างกับพวกปากกาที่มีระบบหมึกแบบปรกติอย่างลามี่หรือยี่ห้ออื่นๆ ที่เปิดปลอกแล้วก็สามารถเขียนได้เลย แต่ถึงอย่างนั้น ในการใช้งานแบบสั้นๆ เช่นหยิบขึ้นมาเซ็นลายเซ็นก็ไม่จำเป็นต้องหมุนก้นทุกครั้งไปนะ เพราะว่ามันจะยังคงมีหมึกเหลือค้างอยู่ใน ink feed จากการใช้งานในครั้งก่อนอยู่บ้าง ดังนั้นเราจะได้หมุนก้นจริงๆ จังๆ ก็ต่อเมื่อจะเขียนอะไรที่มีความยาวสักหน่อยนั่นเอง

ถือเป็นปากกาอีกด้ามนึงที่น่าสนใจและเขียนได้ดีงามจริงๆ สมกับที่เป็นรีวิวแรกของปีนี้จริงๆ Opus 88 Koloro ด้ามนี้ หน้าตาที่สวยงามแบบคลาสสิคแต่ก็ไม่ได้ดูเชยมากด้วยการออกแบบหน้าตาและการเลือกใช้วัสดุ ระบบหมึกที่น่าสนใจและมีความพิเศษช่วยป้องกันหมึกทะลักหากต้องเดินทางบ่อยๆ หรือขึ้นเครื่องบินเป็นประจำ แต่สำหรับคนที่ชอบความสะดวกความใช้ง่าย อาจจะต้องหยุดคิดนิดนึงเพราะมีความเยอะตอนเติมหมึกกับตอนเริ่มเขียน แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้น หากคุณต้องการปากกาเขียนดีๆ สักด้าม Opus 88 Koloro เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจควรค่าแก่การเสียเงินรับปีใหม่ปีนี้จริงๆ ครับ

ขอขอบพระคุณ

คุณแฟร้งค์ ผู้ใหญ่ใจดีแห่งร้านปากกายอดนิยมของชาวไทย fontoplumo.nl ที่สนับสนุนปากกาหมึกซึมเจ๋งๆ แบบนี้มาให้ได้รีวิวกันนะครับ ตื่นตาตื่นใจมากเลย ขอบพระคุณครับ!!

หากอ่านแล้วถูกใจชอบใจ ฝากกดแชร์ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ \( - 3-)/
โพสตอนนี้อยู่ในหมวด Pen และมี tag ดังนี้ , , , , โพสเมื่อวันที่ .
Avatar
hackhq

คนธรรมดาที่หลงใหลในการสเก็ตช์ ใช้ปากกาลามี่เป็นอาวุธ มีสมุด Moleskine เป็นผืนผ้าใบและมีจินตนาการในรูปของสีน้ำ หลงใหลรูป รส กลิ่น ของกาแฟ และเคลิบเคลิ้มกับเสียงของดนตรีแจ๊ส | ติดต่อผมบนทวิตเตอร์ได้ที่ @hackhq

เว็บไซต์ : https://www.bbblogr.com